ขุดพบกรุพระพุทธรูปโบราณ อายุยาวนานกว่า 1,000 ปี

นายบำรุง เจริญพจน์ รองนายกเทศมนตรีนครราชสีมา พร้อมด้วยนายธนาคม วิมลวัตรเวที ประธานสภาเทศบาลฯ ได้เดินทางมาตรวจสอบโบราณวัตถุ ซึ่งเก็บไว้ภายในพระวิหารหลวง วัดพระนารายณ์มหาราชวรวิหาร ต.ในเมือง อ.เมือง จ.นครราชสีมา ทั้งนี้ภายหลังจากที่ทางวัดได้ทำการบูรณะฐานพระประธานเก่าแก่ อายุกว่า 360 ปี ได้พบกับโบราณวัตถุที่เป็นพระพุทธรูปปางต่างๆ อยู่ใต้ฐานพระประธานเป็นจำนวนมาก จึงได้นำพระพุทธรูปบางส่วน จำนวนกว่า 100 ชิ้น ออกมาวางไว้บนโต๊ะด้านหน้าพระประธาน เพื่อให้กรมศิลปากร และนักโบราณคดีได้เข้ามาตรวจสอบอีกครั้ง
ด้าน พระปลัดเอกรินทร์ ธัมมะรังสี เจ้าคณะ 6 วัดพระนารายณ์มหาราช ผู้ดูแลพระวิหารหลวง ได้รับการเปิดเผยว่า สำหรับพระพุทธรูปโบราณที่ค้นพบเหล่านี้ คาดว่าจะถูกบรรจุไว้เมื่อครั้งสร้าง “หลวงพ่อใหญ่” พระประธานในพระวิหารหลวง ซึ่งสร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2199 ปัจจุบันมีอายุถึง 361 ปีแล้ว โดยมีสมเด็จพระนารายณ์มหาราช เป็นผู้สร้างขึ้นมา เพื่อเป็นพระพุทธรูปคู่เมืองโคราช โดยหลวงพ่อใหญ่องค์นี้ เป็นพระพุทธรูปปูนปั้นปางมารวิชัย หน้าตักกว้าง 4 เมตร สูง 6 เมตร ตั้งอยู่บนฐานอิฐแดงสูงประมาณ 3 เมตร ประดิษฐานอยู่ภายในพระวิหารหลวงแห่งแรกของเมืองโคราช
ด้าน นายธนาคม กล่าวว่า สำหรับพระพุทธรูปโบราณที่ขุดค้นพบเหล่านี้ ได้ประสานไปที่ช่างสิบหมู่ สำนักศิลปากรที่ 12 จ.นครราชสีมา ให้มาเก็บรายละเอียดไปตรวจสอบแล้ว ซึ่งเบื้องต้นพบว่ามีทั้งพระพุทธรูปในยุคทวารวดี ยุคอยุธยาตอนต้นถึงตอนปลาย และยุคขอมโบราณ ที่มีอายุกว่า 1,000 ปี

นอกจากนี้คาดว่าใต้ฐานพระประธาน จะมีพระพุทธรูปยุคต่างๆ อีกมากกว่า 1,000 องค์ ซึ่งเชื่อว่าเป็นพระพุทธรูปที่ประชาชน พ่อค้า คหบดี ได้นำมาร่วมบรรจุไว้ใต้ฐานพระประธาน สมัยเมื่อครั้งสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ทรงสร้างวัดแห่งนี้ขึ้นมา โดยส่วนที่นำออกมานี้ ก็จะหารือกับทางวัดว่าจะทำเป็นพิพิธภัณฑ์ไว้ภายในวัด สำหรับให้นักท่องเที่ยวได้เข้ามาชม

ชาวบ้านแห่ถ่ายรูป! รถเทรลเลอร์ขนาดใหญ่ มีล้อยางรถมากถึง 704 เส้น

วันนี้ (23 มี.ค. 60) ผู้สื่อข่าว MThai รายงานจากจังหวัดลำปาง ชาวบ้านจำนวนมากได้พากันไปถ่ายรูปรถเทเลอร์ขนาดใหญ่ที่มีล้อยางรถมากถึง 704 เส้นเพื่อเก็บเป็นที่ระลึก เนื่องจากเป็นรถที่มีลักษณะแปลกตาและไม่เคยพบเห็นมาก่อน หลังถูกเจ้าหน้าที่ด่านตรวจชั่งน้ำหนักเกาะคา อ.เกาะคา จ.ลำปาง กักไว้ตรวจสอบที่บริเวณลานด้านหน้าพระบรมราชานุเสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช
โดยรถดังกล่าวเป็นขนย้ายเครื่องกำเนิดไฟฟ้าที่สั่งซื้อจากประเทศโปแลนด์ เพื่อไปติดตั้งโรงไฟฟ้าทดแทนโรงไฟฟ้าแม่เมาะ อ.แม่เมาะ แต่ละหว่างการขนย้ายทางเจ้าหน้าที่กลับตรวจสอบพบว่าเอกสารของรถบรรทุกหัวลากจำนวนสองคัน มีน้ำหนักเงินตามกฎหมายที่กำหนด และไม่ตรงตามเอกสาร ของ กฟผ.แม่เมาะ ที่เคยทำเรื่องขออนุญาตไว้ ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องกักรถหัวลากไว้ที่ด่านตรวจชั่งน้ำหนักเกาะคาเอาไว้ก่อน เพื่อตรวจความถูกต้องอีกครั้งดังกล่าว

สำหรับรถเทรลเลอร์คันนี้มีความยาว 100 เมตร และมีขนาดกว้าง 6 เมตร ต้องมีการปิดถนนไปหนึ่งช่องทาง รถยนต์อื่นไม่สามารถวิ่งสวนเลนได้ ประกอบกับในการขนย้ายใช้ความเร็วเพียง 20 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ทางเจ้าหน้าที่ต้องปิดถนนและต้องใช้เวลาในช่วงกลางคืนในการขนย้ายเท่านั้น และในคืนวันนี้เวลาประมาณ 21.00 น. รถคันดังกล่าวจะออกเดินทางอีกครั้ง และคาดว่าจะถึงจุดหมายปลายทาง ที่ กฟผ.แม่เมาะ ของรุ่งเช้าวันที่ 24 มีนาคม แน่นอน

แปลกตา! ร้านขายข้าวสารเมืองคอนสุดเก๋! ตกแต่งเหมือนร้านทอง

วันที่ 21 มี.ค.60 ผู้สื่อข่าว รายงานว่า ที่ จ.นครศรีธรรมราช ได้เกิดเรื่องราวสุดแปลกขึ้น เมื่อพ่อค้ารายหนึ่งได้เนรมิตตกแต่งร้านขายข้าวสารให้มีลักษณะคล้ายกับร้านทอง ทราบชื่อเจ้าของร้านคนดังกล่าวต่อมาคือ นายประพันธ์ เพชรอาวุธ อายุ 74 ปี
โดยนายประพันธ์ เปิดเผยว่า ร้านแห่งนี้ในอดีตเปิดให้ร้านจำหน่ายทองเช่ามาหลายสิบปี ปัจจุบันผู้ที่เช่าร้านจำหน่ายทองได้ย้ายกิจการร้านทองไปที่กรุงเทพมหานคร และไม่ได้รื้อตู้ชั้นวางทองภายในร้านไปด้วย จากนั้นตนจึงนำพื้นที่ดังกล่าวเปิดเป็นร้านจำหน่ายข้าวสาร ซึ่งเห็นว่าของตกแต่งร้านทองเดิมมีความสวยงามอยู่แล้ว จึงไม่ตกแต่งภายในใหม่มีเพียงปิดป้ายชื่อร้านจำหน่ายข้าวสารเท่านั้น

โดยตั้งแต่เปิดร้านจำหน่ายข้าวสารได้ 3 เดือน มีลูกค้าแวะเวียนเข้ามาอุดหนุนเป็นจำนวนมาก เพราะลูกค้าหลายคนเห็นร้านตนแล้วรู้สึกแปลกตาเหมือนได้เข้าร้านทองแต่ซื้อข้าวสาร จึงได้แวะเข้ามาอุดหนุนข้าวสารพร้อมสอบถามด้วยความสงสัยว่าทำไมตกแต่งร้านจำหน่ายข้าวสารเป็นร้านทอง ทำให้ร้านตนเป็นที่รู้จักมากขึ้น

เตรียมพร้อมรับมือ ‘ฤดูร้อน’ ประเทศไทย ปี 2560 กับ ‘ภัยแล้ง’ ที่หนีไม่พ้น

 

จากสภาพอากาศของประเทศไทยในขณะนี้ ซึ่งเข้าสู่ช่วง ‘ฤดูร้อน‘ ส่งผลกระทบไปทั่วภูมิภาคของประเทศ โดยสภาพอากาศร้อนนั้นได้มีการส่งสัญญาณเตือนมาตั้งแต่ช่วงต้นปี 60 หลังบางพื้นที่ได้รับผลกระทบจากภัยแล้ง ส่งผลกระทบไปยังการทำเกษตร ซึ่งบางพื้นที่ได้มีแผนการเตรียมรับมือไว้แล้ว

ทั้งนี้ กรมอุตุนิยมวิทยา ได้ออกประกาศแจ้ง เมื่อวันที่ 3 มีนาคม 60 ที่ผ่านมา โดยประกาศแจ้งเกี่ยวกับเรื่อง “การเข้าสู่ฤดูร้อนของประเทศไทย ปี 2560″ พร้อมระบุว่า ประเทศไทยได้เริ่มเข้าสู่ฤดูร้อนแล้ว ซึ่งอุณหภูมิสูงขึ้นและมีอากาศร้อนอย่างต่อเนื่องในตอนกลางวัน เป็นสัญญาณของการเข้าสู่ฤดูร้อนของประเทศไทย โดยในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือจะยังมีอากาศเย็นในตอนเช้าต่อไปอีกระยะหนึ่ง และจะสิ้นสุดฤดูร้อนประมาณกลางเดือนพฤษภาคม 2560

สำหรับฤดูร้อนในปีนี้ อุณหภูมิจะค่อนข้างสูงพอสมควรราวๆ 42-43 องศาเซลเซียส โดยเฉพาะช่วงเดือนเมษายน ภาคเหนือจะมีอากาศร้อนสุด รองลงมาคือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคกลาง ตามลำดับ
หากยังจำกันได้เมื่อช่วงกลางปี 59 ที่ผ่านมา สื่อต่างประเทศได้รายงานว่า ประเทศไทย มีอากาศร้อนสูงสุดติดอันดับ Top 10 ของโลก อยู่ที่ จ.สุโขทัย อุณหภูมิพุ่งสูงถึง 44 องศาเซลเซียส รวมถึงพื้นที่อื่นๆ ในประเทศไทยที่ติดอันดับด้วย อาทิ อ.เถิน จ.ลำปาง 43.8 องศาเซลเซียส และ จ.กาญจนบุรี 43.5 องศาเซลเซียส สำหรับสภาพอากาศตามที่กรมอุตุฯ รายงานว่าในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ในบางวันจะสูงถึง 40 องศาเซลเซียส

นอกจากนี้ สิ่งที่ประเทศไทยเจอทุกปีใน ฤดูร้อน คือ ภัยแล้ง ที่เปรียบเสมือนของคู่กัน ซึ่งส่งผลกระทบต่อการทำการเกษตรเป็นอย่างมาก แต่ในบางพื้นที่ก็ได้มีแผนการเตรียมรับมือไว้แล้ว โดยเฉพาะการประปา

อย่างไรก็ตามด้วยสภาพอากาศที่ร้อนอบอ้าวในช่วงนี้ต้องระวังปัญหาด้านสุขภาพอย่างใกล้ชิด โดยโรคที่พบบ่อยในช่วงหน้าร้อนได้แก่ โรคอาหารเป็นพิษ โรคอุจจาระร่วง โรคลมแดด หรือ ฮีทสโตรก และโรคพิษสุนัขบ้า ซึ่งเป็นโรคที่เสี่ยงต่อการเสียชีวิตในช่วงหน้าร้อน จึงขอให้ประชาชนระวังสุขภาพด้วย โดยเฉพาะในระยะนี้ สภาพอากาศจะแปรปรวน เนื่องจากอยู่ในช่วงเปลี่ยนฤดูกาล อาจจะมีพายุลมแรงเกิดขึ้นด้วย

ซูเปอร์โพล เผยผลสำรวจ ประชาชน 85.6% หนุนใช้ ม.44 คุมสงกรานต์

ชมรมขับเคลื่อนวิชาการเพื่อวิจัยความสุขชุมชน สำนักวิจัยซูเปอร์โพล เปิดเผยผลสำรวจ เรื่อง “โพลกังวลเจอคนขับรถไม่ดี คนเมาแล้วขับ บนถนนเส้นทางเดียวกัน กับ มาตรา 44 คุมเข้มอุบัติเหตุช่วงสงกรานต์” จากกรณีศึกษาประชาชนทุกสาขาอาชีพ จำนวน 1,499 ตัวอย่าง ระหว่างวันที่ 13 – 18 มีนาคม ที่ผ่านมา พบว่า คนขับรถมอเตอร์ไซต์จำนวนมากสูงถึง ร้อยละ 52.9 ตั้งใจจะดื่มเบียร์ ร้อยละ 48.9 ตั้งใจจะดื่มเหล้า แสดงให้เห็นว่าในกลุ่มคนขับรถมอเตอร์ไซต์บางส่วนตั้งใจจะดื่มทั้งเหล้าและเบียร์ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ปีนี้ ในขณะที่ คนขับรถยนต์จำนวนมากเช่นกันตั้งใจจะดื่มเบียร์ ร้อยละ 46.6 และจะดื่มเหล้า ร้อยละ 41.9
ทั้งนี้ ประชาชนส่วนใหญ่ในทุกกลุ่มทั้งที่เป็นคนขับรถยนต์ ขับรถมอเตอร์ไซต์และกลุ่มคนไม่ขับ ร้อยละ 82.3 ร้อยละ 82.7 และร้อยละ 84.6 ระบุมีโอกาสจะเจอกับคนเมาแล้วขับบนถนนเส้นทางเดียวกันในช่วงเทศกาลสงกรานต์ปีนี้ และที่น่าเป็นห่วงคือ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 95.9 กังวล คนขับรถไม่ดี คนเมาแล้วขับ บนถนนเส้นทางเดียวกัน ช่วงสงกรานต์ปีนี้ ทำลายความสุขของคนไทย โดยในส่วนการใช้ มาตรา 44 คุมคนเมาแล้วขับ ให้ตำรวจตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์คนขับที่เกิดอุบัติเหตุช่วงสงกรานต์ทุกรายไม่มียกเว้น ไม่ต้องใช้ดุลพินิจ ไม่ต้องเปิดช่องให้คนเมาแล้วขับหลุดรอด พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 85.6 เห็นด้วย ในขณะที่ ร้อยละ 14.4 ไม่เห็นด้วย นอกจากนี้ คนส่วนใหญ่หรือร้อยละ 91.8 เห็นด้วยกับมาตรการคุมเข้ม บริษัทประกันไม่ต้องจ่ายให้ฝ่ายคนเมาแล้วขับ เมื่อเกิดอุบัติเหตุ

ภาคใต้ตอนล่างฝนฟ้าคะนองบางแห่ง ส่วนภาคอื่นยังมีพายุฤดูร้อน

กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า วันที่ 19 มีนาคม 2560 บริเวณภาคเหนือตอนล่างด้านตะวันออก และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก และภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑลยังคงมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น โดยมีพายุฝนฟ้าคะนองลมกระโชกแรง และมีลูกเห็บตกได้หลายพื้นที่ ขอให้ประชาชนหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ สิ่งปลูกสร้างและป้ายโฆษณา ที่ไม่แข็งแรง ในขณะที่เกิดพายุฤดูร้อนไว้ด้วย สำหรับภาคใต้ตอนล่างจะมีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้นบางแห่ง

สำหรับกรุงเทพฯ และปริมณฑล เวลา 06:00 น.วันนี้ – 06:00 น.วันพรุ่งนี้ มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 24-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

ตำรวจเผยคดีจับไพ่บริดจ์ ไม่ได้ส่งฟ้องข้อหาเล่นการพนัน

ตำรวจพัทยาเผยคดีบุกจับ 32 ต่างชาติลอบเล่นไพ่บริดจ์ส่งฟ้องแค่เรื่องจัดให้มีการละเล่นโดยไม่ได้รับอนุญาต ไม่ได้ดำเนินคดีข้อหาเล่นการพนัน ด้านนายอำเภอยันมีความผิดครบองค์ประกอบ

จากกรณีนายชาคร กัญจนวัตตะ นายอำเภอบางละมุง จ.ชลบุรี พร้อมกำลังฝ่ายปกครอง ตำรวจ ทหาร และเจ้าหน้าที่สรรพสามิต บุกจับกุมชาวต่างชาติชาย-หญิงรวม 32 คน ที่ลักลอบเล่นไพ่บริดจ์โดยไม่ได้รับอนุญาตบนชั้น 2 ของอาคารพาณิชย์ ปากซอย 2 ถนนทัพพระยา ย่านพัทยาใต้ ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี
โดยมีนายเจเรมี่ วัตสัน (Mr.Jeremy Watson) อายุ 74 ปี สัญชาติอังกฤษ รับเป็นเจ้ามือและเจ้าของสถานที่ ต่อมา คุณหญิงชดช้อย โสภณพานิช ประธานที่ปรึกษาสมาคมกีฬาบริดจ์แห่งประเทศไทย เดินทางเข้าพบ พ.ต.อ.สุขทัศน์ พุ่มพันธ์ม่วง ผกก.สภ.เมืองพัทยา จ.ชลบุรี เพื่อชี้แจงว่า ไพ่บริดจ์เป็นเกมกีฬาระดับสากล และพร้อมที่จะเป็นพยานในชั้นศาล ตามที่รายงานไปแล้วนั้น

ความคืบหน้าของเรื่องนี้ พ.ต.อ.สุขทัศน์ พุ่มพันธ์ม่วง ผกก.สภ.เมืองพัทยา เปิดเผยว่า คดีนี้มีชาวต่างชาติเกี่ยวข้องจำนวนมาก ทาง พล.ต.ต.อำพล บัวรับพร ผบก.ภ.จว.ชลบุรี จึงสั่งการให้ พ.ต.อ.ชาคริต สวัสดี พนักงานสอบสวนผู้เชี่ยวชาญ ตร.ภ.จว.ชลบุรี เดินทางมาควบคุมดูแลคดีนี้อย่างใกล้ชิด

ซึ่งจากการสอบสวนผู้ต้องหาทั้งหมดให้การปฏิเสธว่าไพ่บริดจ์เป็นเกมกีฬา ไม่ใช่การพนันแต่อย่างใด พร้อมกับยื่นประกันตัวในวงเงินคนละ 5,000 บาท ในส่วนของนายเจเรมี่ วัตสัน ผู้เช่าสถานที่และจัดให้มีการเล่น ตรวจสอบแล้วพบว่าเป็นสมาชิกในสมาคมกีฬาบริดจ์แห่งประเทศไทย

เบื้องต้นคาดว่าน่าจะส่งฟ้องในข้อหาจัดให้มีการละเล่นโดยไม่ได้ตั้งเป็นชมรมหรือสถานที่ที่ได้รับอนุญาต ส่วนเรื่องการพนันคงจะสั่งไม่ฟ้อง ซึ่งขณะนี้พนักงานสอบสวนกำลังรวบรวมพยานหลักฐาน คาดว่าจะใช้เวลา 3-4 วันในการสรุปคดี

ด้านนายชาคร กัญจนวัตตะ นอภ.บางละมุง เปิดเผยว่า สมาคมไพ่บริดจ์ที่ถูกต้องต้องเล่นกันในมวลหมู่สมาชิก และในเคหะสถานของตัวเองหรือสถานที่ที่ได้รับอนุญาตให้เปิดเป็นสมาคม ไม่ใช่รวมตัวกันอย่างเป็นจำนวนมาก แล้วมาเล่นกันในที่สาธารณะแบบนี้ ซึ่งในการเข้าจับกุมครั้งนี้มีความผิดครบองค์ประกอบ ทั้งไพ่ที่ไม่ได้ติดภาษีอากร และเอกสารใบกระดาษจดแต้ม โดยหลังจากเลิกเล่นกันแล้วจะเอาแต้มไปรับเงินหรือไม่นั้น ยังไม่อาจทราบได้แน่ชัด ส่วนผู้ต้องหาทั้งหมดจะต่อสู้คดีก็เป็นสิทธิที่สามารถทำได้ ซึ่งเรื่องนี้คงแล้วแต่ดุลพินิจของศาลที่จะพิจารณาอย่างไร

บุกจับ 32 ฝรั่งวัยดึก เล่นไพ่บริดจ์ “คุณหญิงชดช้อย” โร่แจงไม่ใช่การพนัน

ความคืบหน้ากรณีบุกจับ 32 ต่างชาติวัยดึกลอบเล่นไพ่บริดจ์ ล่าสุด “คุณหญิงชดช้อย” ประธานที่ปรึกษาสมาคมกีฬาบริดจ์แห่งประเทศไทย เข้าพบ ผกก.สภ.เมืองพัทยา ก่อนออกมาเผยไพ่บริดจ์ไม่ใช่การพนัน

กรณี นายชาคร กัญจนวัตตะ นอภ.บางละมุง จ.ชลบุรี พร้อมกำลังฝ่ายปกครอง ตำรวจ ทหาร และเจ้าหน้าที่สรรพสามิต บุกจับกุมชาวต่างชาติชาย-หญิงรวม 32 คน ที่ลักลอบเล่นไพ่บริดจ์โดยไม่ได้รับอนุญาตที่อาคารพาณิชย์ เลขที่ 144/98-99 ปากซอย 2 ถนนทัพพระยา ย่านพัทยาใต้ หมู่ 12 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี เมื่อวันที่ 3 ก.พ.ที่ผ่านมา โดยมีนายเจเรมี่ วัตสัน (Mr.Jeremy Watson) อายุ 74 ปี สัญชาติอังกฤษ รับเป็นเจ้ามือและเจ้าของสถานที่ ตามที่ได้รายงานไปแล้วนั้น

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คุณหญิงชดช้อย โสภณพานิช ประธานที่ปรึกษาสมาคมกีฬาบริดจ์แห่งประเทศไทย เดินทางเข้าพบ พ.ต.อ.สุขทัศน์ พุ่มพันธ์ม่วง ผกก.สภ.เมืองพัทยา จ.ชลบุรี เพื่อชี้แจงการเล่นกีฬาบริดจ์ว่า การที่เจ้าหน้าที่ร่วมกันจับกุมผู้เล่นกีฬาบริดจ์นับว่าเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นครั้งแรกในประเทศไทย เพราะกีฬาชนิดนี้ไม่น่าที่จะเข้าข่าย พ.ร.บ.การพนัน

เนื่องจากไม่มีการเอาทรัพย์สินหรือเงินทองกัน แต่เป็นการแข่งขันเอาแต้มสูงสุดและใช้วิธีการประมวลผลในเครื่องคอมพิวเตอร์ ผู้มีแต้มสูงสุดจะเป็นผู้ชนะ โดยกีฬาบริจด์ได้ถูกกำหนดให้เป็น พ.ร.บ.การพนัน พุทธศักราช 2478 ต่อมาปี 2503 ได้มีการเพิ่มในกฎกระทรวง ฉบับที่ 17 ข้อ 13 ว่าให้จัดขึ้นได้โดยไม่ต้องมีใบอนุญาต แต่ต้องเล่นในสามาคมหรือระหว่างสมาชิก หรือบุคคลที่สมาคมอนุญาต ไม่ได้มีการเรียกรับผลประโยชน์ในทางตรงหรือทางอ้อมจากการเล่น

ที่ปรึกษาสมาคมกีฬาบริดจ์แห่งประเทศไทย กล่าวอีกว่า กีฬาบริดจ์อาจจะใหม่สำหรับคนไทยที่ไม่ค่อยรู้จัก แต่กีฬาบริดจ์ได้จัดให้มีการแข่งขันในกีฬาซีเกมส์ เอเชี่ยนเกมส์ และกำลังจะถูกบรรจุในการแข่งขันโอลิมปิคเกมส์ ซึ่งกรณีนี้ตนจะขอต่อสู้เพื่อให้ศาลเห็นว่าการกีฬาชนิดนี้ไม่น่าจะเข้าข่ายการเล่นการพนัน และตนจะขอส่งเสริมกีฬาบริดจ์ให้แพร่หลายในหมู่คนไทยต่อไป เพราะเป็นการฝึกสมองและสมาธิ

อย่างไรก็ตาม หากทราบว่าจะมีการนำตัวผู้ต้องหาทั้งหมดส่งฟ้องศาลจังหวัดพัทยาเมื่อไหร่ก็จะเข้าไปเป็นพยานให้ทันที แต่เบื้องต้นทราบว่าขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ให้ประกันผู้ต้องหาซึ่งเป็นชาวยุโรปทั้งหมดแล้วในวงเงินคนละ 5 พันบาท

รวบเด็กแสบ บุกงัดห้องเรียนก่อนทำลายของพังยับ ด้านแม่ปล่อยโฮยอมชดใช้

รายงานข่าวแจ้งว่า วานนี้ (15 มี.ค. 60) เจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.พยุห์ จ.ศรีสะเกษ ได้เข้าควบคุมตัวเด็กชายวัย 8 และ 9 ขวบ 2 ราย หลังสืบทราบว่าเขาได้ก่อเหตุงัดห้องเรียนห้องหนึ่งใน บ้านหนองม่วงหนองแต้ ต.พยุห์ อ.พยุห์ ก่อนจะรื้อค้นทำลายข้าวของที่อยู่ในจนพังเสียหายไปหลายรายการ อาทิ ฝาผนัง กระดานดำ คอมพิวเตอร์ จอแอลซีดี รวมถึงชุดการเรียนการสอนที่อยู่ในห้องทั้งนี้จากการสอบสวนเด็กชายผู้ก่อเหตุทั้ง 2 รายให้การสารภาพว่าได้ก่อเหตุดังกล่าวจริง โดยได้งัดหน้าต่างเข้าไปรื้อคนทำลายทรัพย์สินของ ร.ร.ตามประสา ไม่คิดว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการทำผิด

ซึ่งทาง ร.ร.ได้ประมาณการค่าเสียหายแล้ว จำนวนทั้งสิ้น 60,000 บาท ซึ่งเมื่อพ่อแม่ของเด็กทั้งสองคนได้รับทราบแล้ว ถึงกับร่ำไห้ออกมา เนื่องจากว่าทำงานเป็นลูกจ้างโรงงานทำน้ำแข็งแห่งหนึ่ง ส่วนพ่อไม่ได้ทำงานอะไร ชอบดื่มเหล้าเป็นประจำ ต่อมา ได้มีการเจรจาต่อรองกันจนเหลือค่าเสียหายเพียง 40,000 บาท

ซึ่งพ่อแม่ของเด็กทั้งสองคนได้ยอมรับชดใช้ค่าเสียหายที่เกิดขึ้นทั้งหมด เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานตามกฎหมาย พร้อมประสานบ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดศรีสะเกษ เพื่อหาแนวทางในการช่วยเหลือเรื่องดังกล่าวตาม พ.ร.บ.คุ้มครองเด็กต่อไป

หนุ่มหน้าหล่อ ควบ BMW S1000RR ส่งพิซซ่า

กลายเป็นประเด็นที่ผู้คนบนโลกออนไลน์ต่างให้ความสนใจอยู่ในขณะนี้ หลังจากสมาชิกเฟซบุ๊ก Poom Jierwiriyapant โพสต์ภาพตัวเองในชุดพนักงานส่งพิซซ่า คู่กับ BMW S1000RR พร้อมข้อความว่า “ก็แค่เด็กส่งพิซซ่าจะไปสู้อะไรกับคนขับมาสด้าล่ะครับ”

จากการตรวจสอบพบว่า ก่อนหน้านี้มีผู้แอบถ่ายภาพหนุ่มส่งพิซซ่าคนดังกล่าวมาโพสต์ลงในโซเชียลมีเดีย จนกลายเป็นกระแสฮือฮาเพราะรถที่เขาใช้ส่งพิซซ่านั้นมีราคาแพง
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า หลังทำการตรวจสอบทำให้ทราบว่า ชายที่อยู่ในภาพคือ นายภูมิ เจียวิริยะพันธ์ เป็นนักศึกษาคณะวิจิตรศิลป์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เขาเพิ่งจะเข้าทำงานเป็นพนักงานส่งพิซซ่าแบรนด์หนึ่ง สาขาแยกสนามบิน มาเป็นเวลา 2 เดือน รถคันดังกล่าวเขาได้มาจากนำพักน้ำแรงที่หามาด้วยตนเอง โดยการขายสินค้าออนไลน์ นายภูมิระบุว่า ปกติตนจะใช้รถมอเตอร์ไซค์คันอื่นในการทำงาน แต่วันที่ถูกแอบถ่ายตนเปลี่ยนมาใช้รถคันที่เป็นประเด็นฮือฮา ทำให้ได้รับความสนใจดังกล่าว